ประวัติวัดทุ่งเศรษฐีและผู้สร้างวัด

  • วัดทุ่งเศรษฐีตั้งอยู่ที่ ต. พระลับ อ. เมือง จ. ขอนแก่น บนเนื้อที่ ๔๘ ไร่ เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๓ ริเริ่มก่อสร้างโดย นาย สวาสดิ์ ศีลอุดมทรัพย์ (หลวงตาอ๋อย) วัดทุ่งเศรษฐีเป็นวัดสาขาของวัดป่าแสงอรุณ โดยการดูแลของเจ้าคุณสมาน (สมณศักดิ์และชื่อเต็ม)

    ความเป็นมาของวัดทุ่งเศรษฐีเริ่มต้นเมื่อหลวงตาท่านเที่ยวไปมาในจังหวัดต่างๆ ทางภาคอีสานอยู่หลายปี ช่วยเหลือพ่อแม่ครูบาอาจารย์ในสายพระกรรมฐานของพระอาจารย์ใหญ่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นส่วนใหญ่ ท่านได้ช่วยทำนุบำรุงพระศาสนาทั้งทางตรงและทางอ้อม ใช้ทั้งอิทธิฤทธิ์และบุญฤทธิ์ชักจูงให้ชาวบ้านเกิดศรัทธา เข้าวัดทำบุญปฏิบัติธรรมได้เป็นจำนวนมาก

    อย่างไรก็ดี การสงเคราะห์ผู้คนของท่านเป็นเช่นนี้อยู่ระยะหนึ่ง ท่านจึงพิจารณาแล้วเห็นว่า ได้โปรดผู้คนในถิ่นต่างๆ เป็นเวลาพอสมควรแล้ว ถึงเวลากลับมาโปรดลูกหลานในภูมิลำเนาของท่านเองที่จังหวัดขอนแก่นเสียที

    ครั้งกลับมายังขอนแก่นได้ไม่นาน ก็มีญาติโยมผู้หนึ่งมาเสนอขายที่ดินแปลงหนึ่งในตำบล พระลับ เขตอำเภอ เมือง เมื่อหลวงตาได้ไปสำรวจดูที่ดิน ท่านก็รู้ด้วยญาณวิถีในทันทีว่า ผืนแผ่นดินที่นำมาเสนอขายให้แก่ท่านมีความสำคัญมาก มีความศักดิ์สิทธิ์ ด้วยว่าเป็น “ผืนดินสามโลกธาตุ” ท่านจึงตัดสินใจซื้อที่ดินผินดังกล่าว และดำริให้สร้างเป็นวัด โดยตรงจุดสำคัญสามโลกธาตุนั้น ท่านกำหนดให้วร้างพระมหาเจดีย์ครอบไว้

    แต่เป็นที่รู้จักกันในหมู่ลูกหลานใกล้ชิดว่า หลวงตาไม่ได้เพียงแต่จะสร้างพระมหาเจดีย์เพื่อสงเคราะห์ลูกหลานเท่านั้น หากยังแฝงความมุ่งหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ให้มหาบุญมหากุศลจากการสร้างพระมหาเจดีย์แห่งนี้ได้ค้ำจุนไปถึงประเทศชาติและพระราชวงศ์จักรี ดังที่ท่านมักกล่าวอยู่เนืองๆ ว่า “สร้างถวายในหลวง”

    ชื่อวัดทุ่งเศรษฐีนี้ หลวงตาท่านว่า “เพราะจะมีแต่เศรษฐีที่มาทำบุญกับเรา มีทั้งเศรษฐีน้อยเศรษฐีใหญ่ และว่าที่เศรษฐีทั้งนั้น แม้วันนี้บางคนยังไม่ได้เป็นด้วยอำนาจบุพกรรม วันหน้าก็ต้องได้เป็นอยู่ดี”

    ประวัติการก่อสร้าง
    พ.ศ. ๒๕๔๓ ก่อสร้างหอฉัน
    พ.ศ. ๒๕xx ก่อสร้างมณฑป ประดิษฐานสมเด็จองค์ปฐม
    พ.ศ. ๒๕xx ก่อสร้างนรกภูมิ
    พ.ศ. ๒๕๔๗ ก่อสร้างมหาเจดีย์รัตนะ
    พ.ศ. ๒๕๕๕ ก่อสร้างแท่นแว่นฟ้าจุฬามณีและท่านาคเจดีย์ศรีนาคิน

    สิ่งสำคัญภายในวัด

    1. มหาเจดีย์รัตนะ หรือมหารัตนเจดีย์ศรีโลกธาตุ บรรจุพระเขี้ยวแก้วซี่ขวาล่าง พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ และเครื่องสักการะทั้งหลายทั้งปวง ตำแหน่งของพระมหาเจดีย์ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเจดีย์จุฬามณี ซึ่งบรรจุพระเขี้ยวแก้วซี่ขวาบนในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ กับเจดีย์ในนาคพิภพ ซึ่งบรรจุพระเขี้ยวแก้วซี่ซ้ายล่าง ดังนั้น เมื่อผู้ใดได้มาสักการะพระมหาเจดีย์แห่งนี้ ก็เท่ากับได้กราบไหว้บูชาเจดีย์ทั้งสามองค์ในสามโลกธาตุในคราเดียวกัน
    2. มณฑปองค์ปฐม ศาสนาสถานแห่งแรกของวัด ซึ่งถ้าเทียบกับแนงคิดตามแบบพราหมณ์ก็จะมีความสำคัญเท่ากับการสร้างเสาหลักเมืองนั่นเอง มีลักษณะเป็นวิหารขนาดย่อม รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบลานช้างประยุกต์ มีเรือนยอดสูง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ปฐม และรูปหล่อบูรพาจารย์อีกสามองค์ ได้แก่ หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อฤาษีลิดำ วัดท่าซุง และหลวงปู่สา อาภัสสโร วัดสวนมอน จ. ขอนแก่น
    3. พระพุทธนีลวรรโณศีโลทรัพยุดม หรือหลวงปู่ดำ เป็นพระพุทธรูปที่เป็นประธานประจำของทั้งวัดทุ่งเศรษฐี และวัดสวนมอน (วัดป่าศรีอุดมสมพร อ. ท่าพระ จ. ขอนแก่น) เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองเหลือง ผิวสีดำ ทรงเครื่องปิดทองประดับพลอยสี ปางสมาธิ ศิลปะแบบลพบุรี พระพักตร์งดงามเปี่ยมล้นด้วยเมตตา
    4. สวนนรก หลวงตาท่านดำริว่า ผู้คนในยุคหลังๆ นั้นห่างไกลจากศีลธรรม ขาดความเกรงกลัวต่อบาปกรรม จึงให้จำลองสภาพขุมนรกต่างๆ ไว้ในบริเวณวัดทางทิศตะวันออก ซึ่งประกอบไปด้วย รูปปั้นเปรตและนรกห้าขุม แสดงวิบากกรมของสัตว์นรกหมู่ต่างๆ อันเกิดจากการละเมิดศีลห้า เพื่อให้เป็นอุทธาหรณ์ของผู้ใหญ่และเยาวชน
    5. รูปปั้นพญานาค อยู่ถัดจากบริเวณสวนนรกเล็กน้อย เป็นรูปพญานาคตนใหญ่ อยู่ในท่ากำลังเลื้อยขึ้นมาจากสระน้ำใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง หลวงตาท่านว่าเป็นพญานาคเจ้าที่เจ้าถิ่น
    6. แท่นแว่นฟ้าจุฬามณีและท่านาคเจดีย์ศรีนาคิน
    7. เสนาสนะอื่นๆ หลวงตาท่านให้สร้างไว้สมบูรณ์เหมาะแก่การอยู่อาศัยตามสมควรแก่เพศบรรพชิตและโยมวัด ไม่ว่าจะเป็นกุฏิสงฆ์ เรือนนอนแม่ชีและอุบาสก อุบาสิกา เรือนครัว หอฉัน ฯลฯ ครบถ้วนสะดวกสบาย เป็นที่สัปปายะในการเจริญภาวนา